ความต้องการของผู้ขับขี่นั้นนอกเหนือไปจากสมรรถนะของตัวรถเองแล้ว สิ่งที่ผู้ขับขี่ยังให้ความสนใจศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อพาหนะคู่ใจซักคันหนึ่งก็คือออฟชันเสริมต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้มากขึ้น และหมายรวมไปถึงความสะดวกในการใช้งานในส่วนห้องโดยสารด้วย สำหรับรถตระกูล MG นั้นได้มีการออกแบบระบบเสริมต่างๆไว้มากมาย ล้วนแล้วแต่น่าสนใจเป็นอย่างมากลองมาดูออฟชันล้ำๆของรถ MG กัน
อย่างรุ่น MG3 HATCHBACK แฮทช์แบ็ก) ดีไซน์โดดเด่น สไตล์ชีวิตในเมือง เติมความสนุกขึ้นอีกด้วย BRIT DUO COLOUR STYLING ตัวถังสี TWO-TONE สวยสะกดทุกสายตา เพิ่มความโดดเด่นด้วยไฟ DAYTIME RUNNING LIGHT (DRL) และหลังคา SUNROOF ล้อแม็คอัลลอยด์ 15 น้ิว กระจกมองข้าง พร้อมไฟเล้ียว ปลายท่อไอเสียสเตนเลสไม่เหมือนใครอีกทั้งยังได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสมาร์ทโฟน จึงทำให้ระบบความบันเทิงของ MG นั้นสะดวกใช้งานง่าย ระบบ CD และ MP3 ก็ได้ทำการเชื่อมต่อไว้ด้วยระบบ Bluetooth พร้อมช่องเสียบ USB และ AUX ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกันเนื่องจากในภาวะที่การจราจรของโลกปัจจุบันทำให้ผู้ขับขี่หงุดหงิดได้ง่ายๆ ถ้าได้ฟังเพลงผ่อนคลายไประหว่างขับขี่อยู่ก็จะช่วยให้ใจเย็นลงได้ ค่อยๆเดินทางกัน ไม่ต้องรีบร้อน นอกจากนี้พวงมาลัยของ MG ยังออกแบบไว้ให้สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ตามความเหมาะสมของผู้ขับขี่อีกด้วย หมดปัญหาไปสำหรับคนสูงและคนเตี้ย ระดับพวงมาลัยที่เหมาะสมนี้จะช่วยให้การขับขี่ของคุณสบายขึ้นไม่ปวดเมื่อยจากท่าทางการขับที่ผิดปกติ ความเอาใจใส่ต่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ทาง MG ได้ออกแบบไว้ยังรวมไปถึงเบาะนั่งซึ่งออกแบบให้กระชับเข้ากับสรีระคนขับ การตกแต่งให้ดูโดดเด่นอย่างรุ่น
MG 3 Xross รูปโฉมภายนอกของ MG 3 Xross ตกแต่งในสไตล์รถ SUV ด้วยกันชนหน้า-หลังแบบสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบให้แตกต่างจาก MG 3 Hatchback ชุดแต่งรอบคัน ราวหลังคาสำหรับการขนสัมภาระ ในรุ่นนี้ยังมีหลังคาซันรูฟไฟฟ้า พร้อมระบบไฟหน้าเปิดปิดอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติมาให้อีกด้วย ก็มีการออกแบบสีเบาะนั่งแบบทูโทน คือเป็นหนังสีดำตัดกับสีส้ม ทำให้ดูหรูหราโดดเด่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้ออกแบบจุดและช่องวางสิ่งของไว้ภายในห้องโดยสารถึง 10 จุดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บแว่นตาเหนือประตูทางด้านคนขับ ช่องวางแก้วด้านหน้า 2 ช่อง ด้านหลังอีก 1 ช่อง ช่องเก็บของขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลกลาง รวมถึงด้านข้างประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีช่องใส่ของเล็กๆอีก ช่องเก็บเอกสารทางด้านหลังเบาะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นรถครอบครัวขนาดกลาง ในส่วนของเบาะคนขับนั้นได้ออกแบบให้ปรับพนักพิงได้ 60:40 ภายในห้องโดยสารได้ติดตั้งพรมพิเศษที่ช่วยดูดซับเสียงจากภายนอกทำให้ห้องโดยสารเงียบไม่มีเสียงรบกวน ซึ่งประโยชน์ของพรมนั้นนอกจากช่วยในการดูดซับเสียงแล้วยังช่วยลดความสั่นสะเทือนจากการขับขี่เพิ่มเติมจากโช้คอัพอีกด้วย เห็นได้ชัดเจนเลยว่าการออกแบบรถ MG นั้นให้ความใส่ใจสำหรับผู้ขับขี่เป็นสำคัญในทุกแง่มุมเลยทีเดียว แล้วมีเหตุผลใดอีกที่คุณจะไม่หา MG รุ่นถูกใจซักคันมาขับเป็นพาหนะคู่ใจ?



